กุมารทองชอป กุมารี สาลิกา อิ้นคู่ เครื่องรางของขลัง

Line : Lnwwer ของปลุกเสก สายเทพ สายขาว สำหรับผู้ชาย ผู้หญิง เกย์ ทอม

ครั้งแรกกับการพรีวิว (Preview) Samsung Galaxy S5

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ของเราก็ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมกิจกรรม ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่ทาง ซัมซุง จัดขึ้นมาเป็นพิเศษ

ซึ่งไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ ก็คือการเปิดโอกาสให้บรรดาสื่อมวลชนต่างๆ ได้สัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของ สมาร์ทโฟน ตัวเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของ ซัมซุง นั่นก็คือ Samsung Galaxy S5 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

และนอกจาก Samsung Galaxy S5 แล้ว ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งก็คือนาฬิกาอัจฉริยะ (SmartWatch) รุ่นที่เปิดตัวมาพร้อมๆ กับ Samsung Galaxy S5 ทั้ง Samsung Gear Fit และ Samsung Gear 2

ซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้ Samsung Galaxy S5 เลยทีเดียว แต่สำหรับในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ตัวหลักอย่าง Samsung Galaxy S5 กันก่อน เพื่อให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนเรือธง รุ่นนี้มีดีอย่างไร มีจุดขาย หรือความแตกต่างที่เพียงพอสำหรับการต่อกรกับ สมาร์ทโฟนเรือธง ตัวแรงจากค่ายอื่นๆ หรือไม่

สำหรับคุณสมบัติของ Samsung Galaxy S5 นั้น ก็แน่นอนว่าอยู่ในระดับไฮเอนด์ ซึ่งจัดเต็มในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นจอ Full HD Super AMOLED, ชิปเซ็ตตัวล่าสุดอย่าง Snapdragon 801, การรองรับกับเครือข่ายแบบ 4G LTEหรือกล้องดิจิตอลความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล แต่สิ่งที่ ซัมซุง พยายามนำเสนอใน Samsung Galaxy S5 กลับ ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติระดับไฮเอนด์เหล่านี้แต่อย่างใด เพราะทาง ซัมซุง เลือกที่จะนำเสนอฟีเจอร์ล้ำๆ หรือนวัตกรรม ที่สามารถเข้าไปผสมผสานกับการดำเนินชีวิตประจำวันของเราได้อย่างกลมกลืน เสียมากกว่า

เรียกได้ว่าไม่เน้นขายสเปคกันอีกต่อไป ซึ่งฟีเจอร์ที่ ซัมซุง ต้องการนำเสนอเป็นพิเศษก็ได้แก่ เซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือ, โหมด Ultra Power Saving, คุณสมบัติของความทนทานต่อน้ำ และฝุ่น, โหมดถ่ายภาพ HDR แบบใหม่, การโฟกัสภาพที่เร็วถึง 0.3 วินาที, โหมดถ่ายภาพแบบ Selective Focus และฟังก์ชันDownload Booster ที่มีเทคโนโลยี MIMO อยู่เบื้องหลัง แต่อย่างไรก็ดี ราคาเปิดตัวของ Samsung Galaxy S5 ก็ถือว่าสูงเอาการเลยทีเดียว คือ 23,800 บาท (ความจุ 16 GB พร้อมรองรับ 4G LTE)

เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Samsung Galaxy S4 ที่เปิดตัวมาเพียง 21,900 บาท ดังนั้นก็เชื่อว่าทาง ซัมซุง น่าจะมั่นใจกับ Samsung Galaxy S5 รุ่นนี้เป็นอย่างมาก ว่ามีดีพอ และคุ้มค่ากับราคานี้แล้ว ดังนั้นในวันนี้เราก็จะพาทุกท่าน มาลองสัมผัส และใช้งาน Samsung Galaxy S5 ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีเวลาไม่มากนัก แต่ก็น่าจะได้รับประสบการณ์จากการใช้งาน Samsung Galaxy S5 รุ่นนี้ มาเล่าสู่กันฟังไม่มากก็น้อยครับ

 รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์ของ Samsung Galaxy S5 

หากดูกันเผิน ก็อาจจะดูคล้ายกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Samsung Galaxy S4 แต่ หากพิจารณากันดีๆ ก็มีข้อแตกต่างอยู่หลายจุดเลยทีเดียว ทั้งมุมของกรอบตัวเครื่องที่มีความโค้งมนน้อยลง, ฝาหลังแบบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพื้นผิวของกระเป๋าหนังแบรนด์หรูชื่อ ดังแบรนด์หนึ่ง และที่สำคัญที่สุดก็คือมีคุณสมบัติของควาทนทานต่อน้ำ และฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 ติดมาด้วย

ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy S เลยทีเดียว ส่วนขนาด และน้ำหนักตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S5 นั้นจะมากกว่า Samsung Galaxy S4 อยู่เล็กน้อย ซึ่งสาเหตุหลักก็คงจะเป็นเพราะหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่านั่นเอง

ที่ด้านหน้าตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S5 เมื่อดูเหลี่ยมมุมต่างๆ แล้ว ก็เหมือนจะมีแนวการออกแบบที่คล้ายๆ กับรุ่นใหญ่อีกรุ่นอย่าง Samsung Galaxy Note 3 เพียงแค่จะมีขนาดที่เล็กกะทัดรัดมากกว่า

ที่ด้านบนของหน้าจอจะประกอบไปด้วยไฟ LED สำหรับ การแสดงสถานะการทำงานของตัวเครื่อง, ลำโพงหูฟังสำหรับการสนทนา, กล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ต่างๆ ได้แก่ Proximity Sensor และ Ambient Light Sensor


ที่ด้านหลังของตัวเครื่องมีดีไซน์ใหม่หมดจด ด้วยพื้นผิวที่ดูคล้ายกับกระเป๋าหนังแบรนด์เนม ซึ่งหากดูจากภาพแรกๆ ที่ออกมา หลายคนอาจจะคิดว่าผิวสัมผัสมีความมันลื่น แต่แท้จริงแล้วผิวสัมผัสจะค่อนข้างหนึบติดมือ คล้ายๆ กับยาง โดยที่ด้านหลังนี้จะประกอบไปด้วยกล้องดิจิตอลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ภายในมีชิ้นเลนส์ซ่อนอยู่ถึง 6 ชิ้นด้วยกัน, ไฟแฟลชแบบ LED และเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Sensor)


เมื่อส่องดูพื้นผิวของฝาหลังแบบชัดๆ ใกล้ๆ ก็จะเห็นว่ามีลักษณะที่คล้ายๆ กับหนัง

เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ติดกับไฟแฟลช ซึ่งในขณะที่ใช้งานฟังก์ชันที่เกี่ยวกับการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์นี้จะเปล่งแสงสีแดงออกมา

ลำโพงเสียงมีขนาดค่อนข้างเล็ก คุณภาพเสียง หรือมิติของเสียง อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ฝาหลังของ Samsung Galaxy S5 สามารถ ถอดออกมาได้ ซึ่งหากสังเกตที่ด้านในของฝาหลังก็จะพบว่ามีขอบยางกันน้ำซีลอยู่ด้วย ส่วนที่ด้านในจะเป็นแบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 2,800 mAh พร้อมรองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ microSIM และรองรับการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้สูงสุดถึง 128 GB

ฝาหลังของ Samsung Galaxy S5 เป็นพลาสติกที่ค่อนข้างหนา แต่ก็มีความยืดหยุ่นพอสมควรสามารถบิดงอได้

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอ

ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบสายหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับการตัดเสียงรบกวน และ Infrared Port (IR Blaster) สำหรับการใช้งานเป็นรีโมท

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง และพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 ที่มีฝาปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา

ฝาปิดนี้จะมีการซีลขอบยางเอาไว้เป็นอย่างดี เพื่อกันน้ำเข้าไปในพอร์ต USB 3.0

 เปรียบเทียบรูปลักษณ์ภายนอกระหว่าง Samsung Galaxy S5 กับ Samsung Galaxy Note 3


เมื่อนำสมาร์ทโฟนเรือธง 2 รุ่นล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy S5 กับ Samsung Galaxy Note 3 มาเปรียบเทียบกัน ก็พบว่าที่ด้านหน้าจะมีการออกแบบดีไซน์ที่ดูคล้ายกัน คือทั้งคู่จะมีความโค้งมนน้อยลง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

แต่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยพื้นผิวของ Samsung Galaxy Note 3 จะดูเป็นหนังเทียมแบบเรียบๆ แต่ Samsung Galaxy S5 จะดูเหมือนพื้นผิวของกระเป๋าหนังแบรนด์ดัง

ที่กรอบด้านข้างของตัวเครื่องก็มีดีไซน์ที่แตกต่างกัน โดย Samsung Galaxy Note 3 จะดูเหมือนกับสันหนังสือ แต่Samsung Galaxy S5จะเป็นผิวโครเมียมมันวาวแบบเรียบๆ

 เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในเบื้องต้น

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือของ Samsung Galaxy S5 จะเป็นการทำงานร่วมกันกับหน้าจอ และปุ่มโฮม ซึ่งการเปิดใช้งานจะต้องลงทะเบียนลายนิ้วมือของเราให้เรียบร้อยเสียก่อน

วิธีการลงทะเบียนลายนิ้วมือก็คือ ให้เริ่มรูดนิ้วจากขอบด้านล่างของหน้าจอ บริเวณที่ติดกับปุ่มโฮม แล้วรูดนิ้วลงมาจนผ่านปุ่มโฮมไป ซึ่งการลงทะเบียนจะต้องรูดนิ้วหลายๆ รอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะรูดนิ้วในเหลี่ยมมุมใด ก็จะสามารถตรวจสอบลายนิ้วมือของเราได้

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือบน Samsung Galaxy S5 สามารถใช้งานได้กับการปลดล็อคเครื่อง, การซ่อนข้อมูลส่วนตัว(Private Mode) และการจ่ายเงินผ่าน Paypal อย่างเช่นในการทดสอบนี้ เราจะทดลองปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนนิ้วมือกันก่อน

หากระบบตรวจสอบได้ว่าลายนิ้วมือของเราถูกต้อง ก็จะทำการปลดล็อคเครื่องให้เราสามารถเข้าไปใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งวิธีของการสแกนลายนิ้วมือนี้ ถือว่ามีความปลอดภัย และใช้งานได้ง่าย

ขอบคุณเนื้อหา  >>> www.hitech.sanook.com

ที่มา: http://www.itplaza.co.th/update_details.php?type_id=2&news_id=34321&page=1
board.postjung.com/754179.html

272 total views, 1 views today

Be Sociable, Share!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

AlphaOmega Captcha Classica  –  Enter Security Code